INTERVIEW OF THE MONTH

ทุกวันนี้คอมพิวเตอร์มีบทบาทอย่างมากในชีวิตประจำวันของมนุษย์ ตั้งแต่สิ่งอำนวยความสะดวกอย่าง
Smart Phone ไปจนถึงระบบการจัดการข้อมูลขนาดใหญ่อย่าง High-performance computer หรือ
ระบบควบคุมเครื่องจักรกลขนาดใหญ่ในโรงงานต่างๆ ดังนั้น การศึกษาวิจัยที่เกี่ยวกับปฏิสัมพันธ์
ระหว่างมนุษย์และคอมพิวเตอร์จึงเป็นสิ่งที่ได้ความนิยมมากขึ้นในปัจจุบัน ทีมงานของ OSTC ได้มี
โอกาสเข้าร่วมงานประชุมเชิงวิชาการประจำปีหัวข้อ Human-Computer Interaction Lab ครั้งที่ 28
ณ University of Maryland และได้เข้าฟังการนำเสนอผลงานวิจัยของนักศึกษาระดับปริญญาเอกจาก
University of Maryland ซึ่งมีผลงานวิจัยของ กฤษฎิ์ วงศ์ศุภสวัสดิ์ นักศึกษาไทย รวมอยู่ด้วย เราจึงนำ
เขาและผลงานของเขามาให้ผู้อ่านได้รู้จัก

กฤษฏิ์ วงศ์ศุภสวัสดิ์ สำเร็จการศึกษาและได้รับปริญญาตรีใน สาขา Computer Engineering จาก
จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และปริญญาโทในสาขา Computer Science จาก University of Maryland
กำลังศึกษาต่อระดับปริญญาเอกในสาขา Computer Science ที่ University of Maryland, College Park
โดยมุ่งเน้นงานวิจัยและเชี่ยวชาญในด้านของ Human-Computer Interaction (HCI) หรือ ทฤษฎีความ
สัมพันธ์ของปฏิสัมพันธ์ระหว่างคอมพิวเตอร์กับมนุษย์ โดยเฉพาะด้านการแปลงข้อมูลเป็นภาพ
(Information Visualization) เมื่อเดือนพฤษภาคม พ.ศ. 2554 ที่ผ่านมา เขาได้ร่วมเสนอผลงานวิจัย
ของเขาในงานประชุมเชิงวิชาการประจำปี หัวข้อ Human-Computer Interaction Lab ครั้งที่ 28
ณ University of Maryland ในหัวข้องานวิจัย LifeFlow: Understanding Millions of Event
Sequences in a Million Pixels ซึ่งเป็นโปรแกรมคอมพิวเตอร์ที่ช่วยวิเคราะห์ข้อมูลด้วยการใช้ภาพ
ที่ช่วยลดความซับซ้อนในการจัดการกับข้อมูลจำนวนมากได้ ผลงานชิ้นนี้สามารถนำไปใช้งานได้ใน
หลากหลายวงการ เช่น การจัดการในโรงพยาบาล การจัดการระบบจราจร และการวิเคราะห์กลยุทธ์-
การกีฬา ในงานประชุมครั้งนี้ งานวิจัยของกฤษฎิ์ถือว่าประสบความสำเร็จและได้รับความสนใจอย่าง
มากจากผู้เข้าร่วมงานประชุมทั้งจากภาครัฐบาล หน่วยงานการศึกษา และภาคอุตสาหกรรม
ทีมงาน OSTC ได้มีโอกาสพูดคุยและสัมภาษณ์นายกฤษฎิ์ดังนี้
คำถาม เพราะอะไรคุณถึงเลือกที่จะศึกษา
ในสาขาวิชา Computer Science ในขณะที่ผม
กำลังศึกษาอยู่ในคณะวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ที่
จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย |
ผมมีความรู้สึกว่าผมมีความแตกต่างจากเพื่อนคนอื่นๆ ในคณะ เวลาที่พวกเราทำโครงงานส่งนั้น
นักศึกษาส่วนมากมุ่งความสนใจไปที่วิธีการที่จะทำให้ระบบคอมพิวเตอร์ทำงานได้ น้อยคนที่จะให้
ความสนใจไปที่การทำให้โปรแกรมคอมพิวเตอร์ง่ายต่อการใช้งาน ผมให้เวลาอย่างมากกับการ
พิจารณาและสร้างสรรค์สิ่งที่จะถูกแสดงที่หน้าจอแสดงผล เช่น ควรจะใส่องค์ประกอบใดบ้าง
ควรจะวางองค์ประกอบต่างๆ ไว้ที่ตำแหน่งใด ควรจะใช้รูปแบบ ขนาด และสีของตัวอักษรแบบใด
และการใช้สีอะไรที่ทำให้ปุ่มต่างๆ มีความชัดเจนมากขึ้น ซึ่งองค์ประกอบเหล่านี้จะมีผลต่อการรับรู้
ของผู้ใช้ การพิจารณาตรงนี้จะช่วยให้ผู้ใช้สามารถเข้าใจและใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์ได้สะดวก
มากขึ้น ปัจจัยเหล่านี้สามารถนำไปสู่ความสำเร็จในการปฏิบัติงานต่างๆ และการยอมรับใน
โปรแกรมคอมพิวเตอร์นั้นๆ Computer Science เป็นสาขาวิชาที่ช่วยให้ผมมีความเข้าใจและ
เชี่ยวชาญในปฏิสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์กับคอมพิวเตอร์ |
คำถาม สาขา Computer Science มีความสำคัญต่อสังคมในปัจจุบันและอนาคตอย่างไร? |
ในช่วงสองสามทศวรรษที่ผ่านมานี้ เทคโนโลยีคอมพิวเตอร์มีการพัฒนาและเปลี่ยนแปลงไป
รวดเร็วนอกจากนั้นคอมพิวเตอร์ยังเข้ามามีบทบาทต่อชีวิตเราอย่างมาก แต่ในขณะเดียวกัน
ความสามารถของมนุษย์ไม่ได้พัฒนาไปมากนักเมื่อเปรียบเทียบกับความสามารถของอุปกรณ์
คอมพิวเตอร์ มนุษย์ไม่สามารถเพิ่มปริมาณสมองหรือเพิ่มจำนวนของมือได้ ดังนั้น ช่องว่าง
ระหว่างมนุษย์และอุปกรณ์คอมพิวเตอร์จึงกว้างมากขึ้นทุกๆ วัน คำถามก็คือ จะทำอย่างไรมนุษย์
จึงสามารถก้าวตามและสามารถใช้อุปกรณ์คอมพิวเตอร์ได้อย่างมีประสิทธิภาพและมีประโยชน์
สูงสุด Human-Computer Interaction (HCI) จึงเป็นสาขาที่เชื่อมโยงระหว่าง วิทยาการ-
คอมพิวเตอร์ พฤติกรรมศาสตร์ การออกแบบ และสาขาอื่นๆ |

http://www.cs.umd.edu/hcil/lifeflow/
คำถาม ขอให้คุณกฤษฏิ์อธิบายถึงงานวิจัย LifeFlow ที่กล่าวถึงข้างต้น ว่างานวิจัย
นี้เกี่ยวข้องกับอะไร มีการทำงานอย่างไร และจะช่วยให้มนุษย์รับมือกับข้อมูลต่างๆ
อย่างไร? |
Information Visualization หรือการแปลงข้อมูลให้เป็นภาพ เป็นสาขาย่อยหนึ่งของ HCI ที่กำลัง
ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นอยู่ในขณะนี้ โดย Information Visualization เป็นวิชาที่เกี่ยวกับการนำ
เสนอข้อมูลและเทคนิคการออกแบบปฏิสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์กับคอมพิวเตอร์ ซึ่งทั้งสองอย่างนี้
จะช่วยในการนำเสนอและวิเคราะห์ข้อมูลที่เป็นภาพ อย่างที่เราทราบกันว่าหนึ่งภาพมีความหมาย
เท่ากับร้อยพันคำพูด ดังนั้น หากเราสามารถแปลงข้อมูลให้เป็นรูปภาพที่มีความหมายได้
เราก็จะสามารถเข้าใจข้อมูลได้ง่ายมากขึ้นโดยใช้เวลาที่น้อยลง
งานวิจัยที่เกี่ยวกับ Information Visualization สามารถแบ่งออกได้ตามชนิดของข้อมูลภาพ ดังนั้น
งานวิจัยของผมจะเน้นไปที่การทำข้อมูลที่เป็นลำดับเหตุการให้เป็นภาพ ตัวอย่างเช่น ผมตื่นนอน
เวลา 7 โมงเช้า ผมเริ่มอาบน้ำเวลา 7.10 น. ผมทานอาหารเช้าเวลา 7.30 น. หากผมเก็บบันทึก
ข้อมูลกิจกรรมตอนเช้าของผมทุกๆ วันเป็นเวลาหลายๆ เดือน หรือหลายๆ ปี ผมก็จะมีข้อมูล
ลำดับเวลาเป็นร้อยเป็นพันข้อมูล ซึ่งผมสามารถนำข้อมูลนี้ไปวิเคราะห์เพื่อปรับปรุงและพัฒนา
ตัวเองได้
สถานพยาบาลและโรงพยาบาลต่างๆ ต้องเก็บข้อมูลลำดับเหตุการณ์เช่นนี้จากผู้ป่วย เช่น นาย ก.
เดินทางถึงโรงพยาบาล 10.00 น. ของวันที่ 4 พ.ค. จากนั้นถูกส่งเข้าห้องฉุกเฉินเวลา 10.15 น.
ถูกส่งไปยังห้อง ICU เวลา 10.25 น. และเสียชีวิตวันที่ 7 หลังจากนั้น ในแต่ละเดือน โรงพยาบาล
แต่ละแห่งส่งผู้ป่วยเข้าห้องฉุกเฉินไม่ต่ำกว่าพันคน และมีข้อมูลลำดับเหตุการณ์เป็นพันๆ ข้อมูล
ซึ่งข้อมูลเหล่านี้จะบอกว่าเกิดอะไรขึ้นบ้างในโรงพยาบาล ส่วนใหญ่ผู้บริหารของโรงพยาบาลจะ
ไม่มีเวลานั่งอ่านข้อมูลทั้งหมด ถึงแม้ว่าจะมีเวลาก็ไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะ เข้าใจภาพรวม แนวโน้ม
หรือความผิดปกติของการดำเนินการในโรงพยาบาลได้ซึ่งความเข้าใจในประเด็นดังกล่าวจะช่วย
ให้โรงพยาบาลพัฒนาการให้บริการและลดอัดตราการเสียชีวิตในโรงพยาบาลได้
ปัญหาตรงนี้เป็นแรงบันดาลให้ผมสร้างและพัฒนาโปรแกรมการแปลงข้อมูลให้เป็นภาพที่มีชื่อว่า
LifeFlow โดยโปรแกรม LifeFlow นี้จะรวบข้อมูลลำดับเหตุการณ์จำนวนมากๆ เป็นภาพๆ เดียว
ทำให้นักวิเคราะห์สามารถเข้าใจข้อมูลที่เป็นลำดับเหตุการณ์จำนวนมากได้ง่ายและเร็วมากขึ้น
จากตัวอย่างที่กล่าวมานี้ผู้บริหารโรงพยาบาลจะสามารถดูและเข้าใจข้อมูลของผู้ป่วยและเหตุการณ์
หรือความเคลื่อนไหวต่างๆ ที่เกิดขึ้นในโรงพยาบาลได้
ผู้ที่สนใจสามารถเข้าไปดูรายละเอียดเพิ่มเติมและการสาธิตการใช้งานของ LifeFlow ได้ที่ http://www.cs.umd.edu/hcil/lifeflow |
คำถาม คุณกฤษฏิ์ มีแผนการในการพัฒนางานวิจัย LifeFlow ต่อไปอย่างไร? |
เนื่องจากแนวความคิดของโปรแกรม LifeFlow นี้อยู่บนพื้นฐานของการจัดการข้อมูลทีเป็นลำดับ
เหตุการณ์ ดังนั้นการนำ LifeFlow ไปใช้ จะไม่จำกัดอยู่แค่การใช้ในวงการการแพทย์ ในขณะนี้
ผมและทีมวิจัยได้จัดทำกรณีศึกษาในหน่วยงานพยาบาลและหน่วยงานการจราจร แต่เราก็ยังมอง
หาสถานการณ์อื่นๆ ที่สามารถนำ LifeFlow ไปประยุกต์ใช้ได้
นอกจากนี้ เรายังมีแผนการในการ
พัฒนารูปแบบการปฏิสัมพันธ์ให้กับ LifeFlow เพื่อการเข้าถึงข้อมูลจำนวนมหาศาลได้รวดเร็ว
และง่ายมากขึ้น ซึ่งนี่ก็เป็นความท้าทายอย่างหนึ่ง
|
คำถาม คุณกฤษฏิ์มีความมุ่งมั่นหรือเป้าหมายอย่างไรเมื่อสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาเอก? |
ผมมีความมุ่งมั่นในการนำเอาความรู้และประสบการณ์นี้ไปประยุกต์ใช้ในประเทศไทยเพื่อพัฒนาสังคม
ของเรา ผมคิดว่าเป็นภารกิจที่ท้าทายอย่างหนึ่ง เพราะ Information Visualization เป็นเรื่องที่ใหม่และ
มีผู้ที่เชี่ยวชาญในเรื่องนี้ไม่มากนัก แต่ผมก็เชื่อว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องที่สำคัญและมีความจำเป็น
อย่างมากที่เราจะต้องเปลี่ยนแปลงวิธีการวิเคราะห์และทำความเข้าใจกับข้อมูลโดยเฉพาะเมื่อเราอยู่
ในยุคแห่งข้อมูลขณะนี้ |
คำถาม คุณกฤษฏิ์ มีความคาดหวังอย่างไรกับการศึกษาต่อต่างประเทศ
การมาศึกษาต่อต่างประเทศ ? |
นอกจากจะทำให้ผลได้เรียนรู้ความรู้ใหม่ๆ แล้ว ผมยังได้เรียนรู้การอยู่ด้วยตัวเอง ได้เข้าใจวัฒนธรรม
และความแต่กต่างหลายๆ ด้าน ซึ่งทำให้ผมเปิดกว้างทางความคิดมากขึ้น
เมื่อกล่าวถึง ประสบกาณ์
ที่ดีที่สุดที่ผมได้รับจาก University of Maryland การที่ผมได้เป็นส่วนหนึ่งของ Human-Computer
Interaction Lab (HCIL) เป็นประสบการณ์ที่ดีที่สุด เพราะห้องทดลอง HCIL นี้ได้รวบรวมประสาน
แนวความคิดจากหลายๆ สาขาวิชา ทำให้ผมได้พบ แลกเปลี่ยนความคิดและเรียนรู้จากผู้คนที่มี
พื้นฐาน ความเชี่ยวชาญ และมุมมองที่หลากหลาย ห้องทดลองยังมีกิจกรรมหลายๆ อย่างที่สนับ
สนุนให้สมาชิกช่วยเหลือซึ่งกันและกันเพื่อร่วมพัฒนาผลงานของพวกเรา นอกจากนั้น เรายังได้ร่วมมือกันเพื่อดำเนินการประชุมเชิงวิชาการประจำปีในทุกๆ ปีด้วย |
คำถาม คุณกฤษฏิ์ต้องเผชิญกับปัญหาอะไรบ้างในการศึกษาต่อในสหรัฐฯ ? |
การศึกษาต่อในต่างประเทศไม่ใช่เรื่องง่าย แต่ผมไม่อยากให้มองว่ามันเป็นปัญหา แต่ควรจะมอง
ว่าเป็นความท้าทาย ซึ่งมุมมองตรงนี้จะทำให้เรามีความมุ่งมั่นที่จะก้าวข้ามมันมากกว่า
ความท้าทาย
อย่างแรกคือ การใช้ภาษาอังกฤษ ในภาคการศึกษาแรกของผม บ่อยครั้งมากที่คนอื่นไม่สามารถ
เข้าใจสิ่งที่ผมกำลังพูดได้ ซึ่งทำให้ผมเสียความมั่นใจไปมาก แต่ผมก็พยายามฝึกฝนและปรับปรุง
ภาษาของผมตั้งแต่นั้น จนถึงทุกวันนี้ ผมก็ยังพยายามศึกษาเพิ่มเติมเพื่อพัฒนาภาษาของผมทุกๆ
วัน
นอกจากนั้น การที่ต้องอยู่ห่างจากบ้านเป็นความท้าทายที่นักเรียนต่างชาติทุกคนต้องเผชิญ
ผมอยู่กับครอบครัวมาตลอดกว่า 20 ปี เมื่อผมมาศึกษาต่อที่นี่ ผมต้องอยู่ตามลำพังในประเทศที่ผม
ไม่คุ้นเคย การไม่มีครอบครัวอยู่ข้างๆ เป็นประสบการณ์ใหม่และแปลกสำหรับผม แต่สุดท้ายแล้ว
ประสบการณ์นี้ก็ทำให้ผมเข้มแข็งมากขึ้น |
คำถาม ขอให้คุณกฤษฏิ์ช่วยบอกเราเกี่ยวกับโครงการฝึกงานในช่วงฤดูร้อนนี้ด้วยคะ
ในช่วงฤดูร้อนนี้ ? |
ผมได้มีโอกาสเข้าไปฝึกงานที่ IBM T.J. Watson Research Center เมือง Hawthorne มลรัฐ
New York ผมจะได้เข้าไปทำงานร่วมกับทีมวิจัยของ IBM โดยเน้นไปที่การทำความเข้าใจความ
ต้องการของสถานพยาบาลในด้านของการเก็บและการวิเคราะห์ข้อมูล นอกจากนั้นผมก็ยังได้ทำงาน
ร่วมกับนักวิจัยท่านอื่นๆ เกี่ยวกับการออกแบบ การประยุกต์ใช้ และการประเมินผลของการใช้
Information Visualization |
เพื่อตอบสนองกับความต้องการของสถานพยาบาล
Contact information and more detail:
http://www.cs.umd.edu/~kristw/
กฤษฎิ์ วงศ์ศุภสวัสดิ์ เป็นหนึ่งในบุคลากรวิจัยด้านวิทยาศาสตร์
และเทคโนโลยี ที่จะกลับไปรับใช้ประเทศในอนาคตอันใกล้ ความสามารถของเขาจะนำไปประยุกต์ใช้
กับประเทศไทยได้แค่ไหน นั่นเป็นสิ่งที่ผู้บริหารองค์กรในประเทศไทยต้องให้คำตอบ


จัดทำโดย: นางสาว บุณยเกียรติ รักษาแพ่ง ที่ปรึกษาโครงการฯ OSTC
|